ความรู้เกี่ยวกับฟัน จาก BFC Dental

5 วิธี ดูแลรักษารากฟัน ให้ฟันแท้ของคุณมีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น

ดูแลรักษารากฟัน

เมื่อคุณรักษารากฟันเพื่อทดแทนฟันที่สูญเสียไป เพื่อให้ฟันของคุณกลับมาใช้งานได้มีประสิทธิภาพเหมือนฟันธรรมชาติให้มีการสบฟัน รวมถึงการขบเคี้ยวที่ดี และป้องกันสุขภาพเหงือกและฟันให้อยู่กับคุณไปนาน ไม่เป็นการทำร้ายฟันซี่อื่นที่อาจจะล้มจากการฟันมีการเคลื่อนย้าย และวันนี้ BFC Dental ได้มี 5 วิธีแนะนำเพื่อ ดูแลรักษารากฟัน หลังจากที่รักษารากฟันเรียบร้อยแล้วให้คุณมีฟันที่มีอายุการใช้งานได้ยาวนาน

“เพราะการ ดูแลรักษารากฟัน หลังการรักษาอย่างต่อเนื่อง เป็นเรื่องที่ควรปฏิบัติให้เป็นนิสัย

เพื่อให้ฟันทุกซี่อยู่กับคุณและพร้อมใช้งานได้ ไม่จำเป็นต้องสูญเสียฟันไปก่อนเวลาอันควร”

1. สำรวจตนเองหลังการรักษารากฟัน

  •   หลังรักษารากฟัน 2 – 3 วันอาจรู้สึกแปลกบริเวณเหงือกและฟัน  รวมถึงเมื่อเวลาอ้าปากเป็นเวลานานขากรรไกรอาจจะรู้สึกนิ่มตรงบริเวณที่มีการรักษารากฟัน ซึ่งอาการนี้นับได้ว่าเป็นเรื่องปกติ เนื่องจากร่างกายมีกระบวนการฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาเป็นธรรมชาติ แต่หากมีความรู้สึกดังกล่าวมากกว่า 2 – 3 วัน ควรติดต่อทางโรงพยาบาลหรือคลินิกเพื่อปรึกษาทันตแพทย์ให้ตรวจอาการหาความผิดปกติอีกครั้ง
  •   หลังการรักษารากฟันในช่วงแรก จะมีอาการปวดหรือเจ็บตึงๆ ได้ เพราะฟันที่รักษารากฟันยังไม่ฟื้นตัว คุณสามารถทานยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการปวดจำพวกพาราเซตามอลหรือไอบูโพรเฟนหากมีอาการปวดมาก แต่ต้องไม่ลืมสำรวจตนเองด้วยว่ามีอาการปวดรุนแรงนานเกิน 1 สัปดาห์ ควรรีบแจ้งทันตแพทย์ที่รักษาทันทีเพื่อตรวจหาว่าบริเวณที่รักษารากฟันมีการอักเสบหรือไม่
  •   ช่วงแรกอาจะมีเศษแปลกปลอมหลุดออกจากฟันที่มีการเติมวัสดุอุดฟันเล็กน้อยถือไม่เป็นเรื่องผิดปกติ  แต่ก็ต้องสังเกตด้วยว่าวัสดุที่อุดฟันหลุดออกมาเป็นก้อนหรือไม่? หากมีวัสดุอุดฟันชั่วคราวหลุดออกมาเป็นจำนวนมากควรต้องรีบแจ้งให้ทันตแพทย์ทราบทันที เพื่อป้องกันฟันที่รักษามานั้นแตกหัก

อาการเฝ้าระวังที่ควรรีบแจ้งทันตแพทย์ทันที

  •       มีอาการบวมบริเวณปากทั้งภายในและภายนอกที่สามารถสังเกตได้ชัด เพราะบริเวณที่รักษาอาจมีการอักเสบรุนแรง
  •       รู้สึกผิดปกติเมื่อเคี้ยวอาหาร ฟันไม่เสมอกัน รวมถึงมีการสบฟันที่ผิดปกติ
  •       มีอาการเดิมก่อนเข้ารับการรักษารากฟัน เช่น ฟันโยก
  •       มีอาการแพ้ยาที่รับประทานเพื่อบรรเทาอาการปวด เช่น เป็นผื่นลมพิษ หรือมีอาการคันตามผิวหนัง
2. ปรับวิธีการรับประทานอาหารให้ดีขึ้น

หากคุณมีพฤติกรรมเคยชินในเรื่องการรับประทานอาหารตามใจตนเอง อาจจะต้องปรับวิธีการรับประทานอาหารใหม่ จะต้องลดการทานอาหารที่มีรสหวานหรืออาหารรสจัดสำหรับผู้ที่ชอบทานอาหารประเภทนี้ เนื่องจากอาหารที่มีส่วนผสมของน้ำตาลนั้นเมื่อแปรสภาพเป็นแบคทีเรีย ที่เป็นสาเหตุให้ฟันผุ รวมถึงการรับประทานอาหารและใช้งานฟันที่ผิดวิธี เช่น การใช้ฟันกัดของแข็งหรือการใช้ฟันขบกับของแข็งที่ไม่ใช่อาหาร ซึ่งแน่นอนว่ามีผลกับรากฟันที่คุณได้รักษาไว้และอาจเกิดปัญหากับฟันซี่อื่นๆ ได้ในอนาคต

3. ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตแบบผิดๆ

โดยเฉพาะผู้ที่สูบบุหรี่ อาจจะต้องลดหรือเลิกได้เลย เพื่อรักษาสุขภาพช่องปากและป้องกันการส่งผลเสียภายในช่องปากของคุณ ไม่ว่าจะเป็นด้วยโรคเหงือกอักเสบ ฟันผุ มะเร็งในช่องปาก และยังรวมถึงการดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำด้วย ทำให้เพิ่มอัตราเสี่ยงต่อการติดเชื้อและอักเสบบริเวณที่รักษารากฟันไว้ด้วย และลดความเสี่ยงกับการเกิดอันตรายที่อาจเพิ่มขึ้นภายในช่องปากและฟันของคุณด้วย

4. ดูแลรักษาความสะอาดให้เป็นวินัย

เป็นเรื่องที่ทุกคนควรพึงปฏิบัติให้เป็นวินัย และเป็นเรื่องที่ทราบดีอยู่แล้วสำหรับการทำความสะอาดช่องปากและฟันโดยการแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง และใช้ไหมขัดฟันและน้ำยาบ้วนปากร่วมด้วยเพื่อลดคราบหินปูนที่ก่อตัวทำลายฟัน เนื่องจากการรักษาความสะอาดที่ดีเป็นการป้องกันโรคที่จะเกิดกับเหงือกและฟันที่สามารถเกิดขึ้นได้ในอนาคต เช่น โรคเหงือก ฟันผุ ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้เป็นประการต้นๆ ที่ทำให้รากฟันอ่อนแอนั่นเอง

5. ตรวจเช็กเหงือกและฟันที่โรงพยาบาลหรือคลินิกเป็นประจำ / ไปตามนัดของทันตแพทย์ทุกครั้ง

การตรวจเช็กสภาพเหงือกและฟันควรหมั่นทำเป็นประจำ เพื่อให้ฟันของคุณอยู่ในสภาพที่สะอาดและสุขภาพดีเสมอ ป้องกันปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับฟันที่อาจพัฒนาไปมากกว่าปัญหาที่เกี่ยวกับรากฟันด้วย ทั้งนี้ การพบทันตแพทย์ตามนัดหลังจากที่รักษารากฟันเสร็จแล้วก็เป็นเรื่องที่ละเลยไม่ได้ เนื่องจากทันตแพทย์จะต้องติดตามอาการหลังจากการรักษาเพื่อตรวจปัญหาอื่นๆ ร่วมด้วย หากผลการรักษาไม่ดีขึ้น ทันตแพทย์จะได้พิจารณาการรักษาในแนวทางอื่นให้ได้ทันเวลา

การรักษารากฟันไม่ใช่เรื่องน่ากลัว หรือเรื่องที่ยุ่งยาก จุดประสงค์ของการรักษารากฟันเป็นการรักษาเพื่อให้ฟันของคุณกลับมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความมั่นใจให้กับการดำเนินชีวิตของคุณได้เป็นอย่างดี แทนการปล่อยให้ฟันมีช่องว่างที่อาจทำให้พบปัญหาอื่นๆ ตามมาและอาจทำให้การรักษาหลังจากนั้นมีความยืดเยื้อ สำหรับผู้ที่สนใจต้องการปรึกษาเกี่ยวกับการรักษารากฟัน สามารถปรึกษาและรับคำแนะนำจากทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ที่ BFC Dental ทุกสาขา