ความรู้เกี่ยวกับฟัน จาก BFC Dental

กลิ่นปาก ไม่ใช่เรื่องตลกของคนข้างๆ

กลิ่นปาก

กลิ่นปาก คงไม่ดีแน่ถ้าเกิดขึ้นแล้ว หากปล่อยไว้คงไม่ใช่เรื่องตลกของคนข้างๆ แน่นอน ถ้ารู้ตัวแล้วต้องรีบแก้ไขโดยด่วน นอกจากจะมีผลกระทบกับตัวเองที่ทำให้หมดความมั่นใจแล้วยังมีผลกับคนรอบข้างที่สามารถทำให้รู้สึกไม่ดีที่จะต้องสนทนาแบบต่อหน้ากับเราด้วย คงเป็นเรื่องไม่ดีแน่ๆ ถ้าต้องมีซิกเนเจอร์ส่วนตัวว่าเป็นคนปากเหม็น ลองมาหาวิธีแก้ไขให้กลิ่นปากแรงเป็นลมหายใจที่หอมสดชื่นกันดีกว่า

ทำความสะอาดให้ถูกวิธี ซึ่งเป็นเรื่องเบสิกที่ใครๆ ก็ต้องรู้อยู่แล้วว่าการแก้ปัญหากลิ่นปากแรงก็ต้องมีวินัยในการรักษาความสะอาด แต่ทั้งนี้อยากให้ลองตรวจสอบตนเองให้ดีก่อนว่าการทำความสะอาดด้วยการแปรงฟันอย่างเดียวเพียงพอหรือเปล่า…

  • อย่างแรกเลยคือควรเช็กให้ดีว่าแปรงสีฟันที่เราใช้นั้นถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนหรือยัง หากปล่อยให้แปรงบานไปคนละทิศคนละทางก็เป็นไปได้ว่าการแปรงฟันของเราอาจจะยังไม่สะอาดเพราะขนแปรงไม่สามารถทำความสะอาดได้ทุกซอกทุกมุม
  • การแปรงลิ้นก็สำคัญเช่นกัน เพราะทุกครั้งที่เรารับประทานอาหารแล้วคราบเศษอาหารต่างๆ ก็จะสะสมอยู่ที่ลิ้นแล้วสามารถทำให้เกิดแบคทีเรียได้ด้วย หลังจากแปรงฟันแล้วก็ควรแปรงลิ้นเพื่อทำความสะอาดเศษอาหารออกด้วยเช่นกัน
  • ใช้อุปกรณ์ทำความสะอาดอื่นๆ เพิ่มขึ้นด้วยก็ดีนะ เช่น น้ำยาบ้วนปากหรือไหมขัดฟัน เพื่อกำจัดคราบหินปูนที่เกาะอยู่บริเวณซอกฟันได้ สำหรับระหว่างวัน บางคนอาจจะเลือกการใช้ลูกอมหรือสเปรย์ดับกลิ่นปาก เนื่องจากจะไม่สะดวกถ้าต้องแปรงฟันนอกสถานที่ ก็สามารถทำได้เช่นกัน แต่ควรตรวจสอบให้ดีก่อนว่าลูกอมและสเปรย์ดับกลิ่นปากนั้นมีส่วนประกอบของน้ำตาลมากเกินไปหรือไม่ ไม่อย่างนั้นจากการที่จะแก้ปัญหาเรื่องกลิ่นปากแรงอาจจะทำให้เป็นการเพิ่มปัญหาด้วยการมีกลิ่นปากเพิ่มขึ้นกว่าเดิมได้ เพราะการที่มีน้ำตาลมากเกินไปก็ส่งผลเสียให้กับช่องปากและเกิดกลิ่นปากนั่นเอง

กลิ่นปาก

เลี่ยงการทานอาหารที่มีกลิ่นแรง เช่น หัวหอม กระเทียม เครื่องเทศ หากต้องมีการพบปะพูดคุยกับผู้คนมากมายในระหว่างวันอาหารประเภทนี้ยิ่งต้องควรเลี่ยง นอกจากจะกำจัดกลิ่นหลังจากรับประทานไปแล้ว คงไม่ดีแน่ถ้าผู้ร่วมสนทนาได้กลิ่นหัวหอมหรือกระเทียมระหว่างการสนทนา

ดื่มน้ำเยอะๆ ยิ่งถ้ารู้ว่าเป็นคนปากแห้งหรือน้ำลายเหนียวง่าย รวมถึงผู้ที่ใส่เครื่องมือจัดฟันหรือใส่ฟันปลอม จะทำให้น้ำลายเหนียวและน้ำลายบูดง่ายมาก ควรพกขวดน้ำไว้จิบบ่อยๆ ระหว่างวัน เพื่อลดการสะสมแบคทีเรียภายในช่องปาก

ปรึกษาทันตแพทย์เพื่อรักษาอาการ หากปฎิบัติและทำความสะอาดเป็นอย่างดีแล้วแต่ยังลดกลิ่นปากไม่ได้ หรือในทางกลับกันสำหรับผู้ที่มีกลิ่นปากแล้วไม่ดูแลตนเองจนเกิดผลกระทบร้ายแรง ก็ควรปรึกษาทันตแพทย์เพื่อรักษาว่าภายในช่องปากผิดปกติหรือไม่ เพราะการปล่อยให้มีกลิ่นปากแรงอาจเกิดจากเรามีฟันผุหรือเหงือกอักเสบ รวมถึงการมีโรคประจำตัวที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ก็เป็นสาเหตุทำให้เกิดกลิ่นปากได้เช่นกัน

เมื่อรู้ตัวว่ามีกลิ่นปากแล้วต้องรีบแก้ไขทันที ต้องตรวจสอบตนเองเพื่อหาสาเหตุให้ได้ว่าเกิดจากอะไร เพื่อหาทางแก้ไขให้ถูกต้องและถูกวิธี ไม่เช่นนั้นแล้ว การที่ปล่อยให้กลิ่นปากอยู่กับเราเป็นระยะเวลานาน ไม่เพียงทำให้ตัวเราเองดูไม่ดีในสายตาผู้อื่น ซ้ำยังส่งผลร้ายแรงให้กับสุขภาพภายในช่องปาก ไม่ว่าจะเป็นภาวะแทรกซ้อนเกี่ยวกับโรคฟันผุ โรคเหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์ แน่นอนว่าโรคต่างๆ เหล่านี้มาพร้อมกับอาการเจ็บปวดไม่น้อยเลยล่ะ ทางที่ดีที่สุดควรหมั่นตรวจสอบและดูแลตนเองให้ดี พบทันตแพทย์ทุกๆ 6 เดือน เพื่อป้องกันการเกิดกลิ่นปากและโรคอื่นๆ ภายในช่องปาก