FAQ รากฟันเทียม: รวมคำถามที่คนอยากทำรากฟันเทียมควรรู้
การสูญเสียฟันแท้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิภาพการบดเคี้ยวอาหาร การออกเสียงพูด และความมั่นใจในรอยยิ้มอย่างเลี่ยงไม่ได้ ในปัจจุบัน “รากฟันเทียม” เป็นวิธีทดแทนฟันที่ดี เนื่องจากให้ความรู้สึกและประสิทธิภาพการใช้งานใกล้เคียงฟันธรรมชาติมากที่สุด สำหรับผู้ที่สนใจแต่ยังมีความลังเล BFC Dental ได้รวบรวม FAQ รากฟันเทียม พร้อมข้อมูลเจาะลึก เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจกระบวนการรักษาและตัดสินใจได้อย่างเหมาะสมที่สุด
FAQ รากฟันเทียม: สรุปใจความสำคัญเพื่อการตัดสินใจ
- รากฟันเทียม คือรากเทียมไททาเนียมทำหน้าที่แทนรากฟันจริง แข็งแรง ทนทาน โดยจะฝังลงในกระดูกขากรรไกรเพื่อรองรับสะพานฟันติดแน่น
- เหมาะสำหรับ ผู้สูญเสียฟันแท้ทุกรูปแบบที่ไม่ต้องการใส่ฟันปลอมแบบถอดได้
- ผู้มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน หรือความดันโลหิตสูง สามารถทำได้หากควบคุมระดับโรคได้ดี สำหรับผู้ที่ใช้ยารักษากระดูกพรุนกลุ่ม Bisphosphonate ควรปรึกษาทันตแพทย์และแพทย์ประจำตัวเพื่อประเมินความเหมาะสม
- ระยะเวลารักษา หากใช้เทคนิค รากเทียมทั้งปาก Immediate Loading จะสามารถใส่ฟันชั่วคราวได้ทันทีภายใน 24 ชั่วโมง หลังฝังรากฟันเทียมเสร็จ
- อายุใช้งาน ตัวรากเทียมอาจอยู่ได้ถาวรตลอดชีวิต ส่วนครอบฟันเซรามิกมีอายุเฉลี่ย 10 ถึง 20 ปีขึ้นไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาสุขอนามัยในช่องปาก

- รากฟันเทียมคืออะไร?
รากฟันเทียม (Dental Implant) คือ วัสดุไททาเนียมบริสุทธิ์ที่มีรูปร่างคล้ายสกรู ซึ่งถูกฝังลงในกระดูกขากรรไกรใต้เหงือกเพื่อทำหน้าที่เสมือนรากฟันธรรมชาติที่สูญเสียไป ไททาเนียมมีคุณสมบัติเด่นในการเข้ากันได้ดีกับร่างกายมนุษย์ ทำให้เซลล์กระดูกสามารถเจริญเติบโตเกาะยึดผิวรากเทียมได้อย่างแน่นหนาโดยไม่เกิดปฏิกิริยาต่อต้าน โดยส่วนประกอบหลัก 3 ส่วนของการทำรากฟันเทียม
- รากฟันไททาเนียม (Fixture): ส่วนสกรูที่ฝังอยู่ใต้เหงือกและเชื่อมติดแน่นกับกระดูกขากรรไกร ทำหน้าที่รับแรงบดเคี้ยว
- เดือยรองรับครอบฟัน (Abutment): ข้อต่อเชื่อมระหว่างรากเทียมกับครอบฟันด้านบน
- ครอบฟัน (Crown): ส่วนที่อยู่เหนือเหงือก หรือฟันปลอมที่มีสีสันและรูปร่างเลียนแบบฟันแท้ เพื่อความสวยงามและการบดเคี้ยวที่มีประสิทธิภาพ
- รากฟันเทียมเหมาะกับใคร?
รากฟันเทียมเหมาะกับผู้สูญเสียฟันแท้ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเกิดจาก ปัญหาฟันผุรุนแรง อุบัติเหตุ หรือโรคเหงือกอักเสบ และกำลังมองหาวิธีการบูรณะฟันที่มีความมั่นคงและให้ความสวยงามเสมือนจริง
ผู้ที่เหมาะสมกับการรักษารากฟันเทียม
- ผู้ที่สูญเสียฟันเพียง 1 ซี่ หรือผู้ที่สูญเสียฟันหลายซี่ในตำแหน่งติดกัน
- ผู้ที่ไม่อยากใส่ฟันปลอมถอดได้ หรือกำลังประสบปัญหาฟันปลอมแบบถอดได้แล้วหลวม ใส่ไม่สบาย หรือกังวลว่าฟันปลอมจะหลุดขณะพูดคุยและรับประทานอาหาร
- ผู้ที่สูญเสียฟันหมดทั้งปากและต้องการฟื้นฟูระบบบดเคี้ยวอย่างถาวร
- สิ่งสำคัญที่ต้องประเมินก่อนทำรากฟันเทียมคืออะไร?
สิ่งสำคัญที่สุดที่ทันตแพทย์ต้องประเมินก่อนผ่าตัดคือ ปริมาณและความหนาแน่นของกระดูกขากรรไกร สุขภาพเหงือก และระยะห่างของตำแหน่งฝังรากเทียมกับโครงสร้างสำคัญรอบข้าง
- มวลกระดูกขากรรไกร: ต้องมีความสูงและความหนาแน่นเพียงพอในการรองรับโครงสร้างรากเทียม
- โครงสร้างสำคัญทางกายวิภาค: ต้องวิเคราะห์ระยะห่างจากเส้นประสาทขากรรไกรล่าง และโพรงไซนัสในขากรรไกรบนเพื่อป้องกันการบาดเจ็บ
- สุขภาพช่องปาก: ช่องปากต้องปลอดโรคปริทันต์อักเสบเรื้อรังที่ยังไม่ได้รับการรักษา
- พฤติกรรมเสี่ยง: อาการนอนกัดฟัน พฤติกรรมการเคี้ยวของแข็งมากเกินไป หรือการสูบบุหรี่จัด อาจส่งผลต่อการสมานตัวระหว่างกระดูกกับรากเทียม
- มีโรคประจำตัวทำรากฟันเทียมได้ไหม?
ผู้มีโรคประจำตัวสามารถทำรากฟันเทียมได้ หากสามารถควบคุมอาการของโรคให้อยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย โดยผ่านการพิจารณาและเห็นชอบร่วมกันระหว่างแพทย์ประจำตัวและทันตแพทย์
- โรคที่ควบคุมไม่ได้: เช่น เบาหวานที่คุมระดับน้ำตาลไม่ได้ ความดันโลหิตสูงรุนแรง โรคหัวใจขาดเลือด หรือโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง ถือเป็นข้อจำกัดชั่วคราวจนกว่าจะคุมอาการได้ดีขึ้น
- ยารักษากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต (Bisphosphonate): ควรปรึกษาทันตแพทย์และแพทย์ประจำตัวเพื่อประเมินความเหมาะสมว่าสามารถทำรากเทียมได้หรือไม่
- ขั้นตอนการทำรากฟันเทียมมีอะไรบ้าง?
กระบวนการทำรากฟันเทียมที่ BFC Dental มุ่งเน้นความแม่นยำ แผลเล็ก และความรวดเร็ว โดยผ่าน 3 ขั้นตอนหลัก ได้แก่
- สแกนช่องปากและวางแผนรักษา: ใช้เทคโนโลยี CT-Scan ถ่ายภาพ 3 มิติ เพื่อวิเคราะห์กระดูก และสแกนช่องปากด้วย Intraoral Scanner เพื่อจำลองฟันบนคอมพิวเตอร์ จากนั้นผลิตไกด์นำผ่าตัด 3 มิติ (3D Surgical Guide) เพื่อกำหนดพิกัดฝังรากเทียมอย่างแม่นยำ
- ผ่าตัดฝังรากเทียมและใส่ครอบฟันชั่วคราว: ทำการผ่าตัดฝังรากเทียมตามไกด์นำทาง พร้อมใส่ครอบฟันชั่วคราว
- ใส่ครอบฟันถาวร: หลังจากฝังรากเทียมผ่านไปประมาณ 4 ถึง 6 เดือน เมื่อรากเทียมผสานกับกระดูกแน่นสมบูรณ์แล้ว ทันตแพทย์จะนัดคนไข้กลับมาใส่ครอบฟันตัวจริงที่ผลิตจากเซรามิก ซึ่งมีความแข็งแรงและสวยงามเป็นธรรมชาติ
- ทำรากฟันเทียมใช้เวลานานไหม?
ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ระยะเวลาการรักษาโดยรวม ในกรณีที่คนไข้มีมวลกระดูกที่แข็งแรงสมบูรณ์ดี จะสามารถใส่ครอบฟันชั่วคราวได้ทันทีภายในวันเดียวกันหรือ 24 ชั่วโมงหลังฝังรากเทียมเสร็จ หรือเสร็จสิ้นการทำรากเทียมได้ภายใน 7 วัน
- ทำรากฟันเทียมเจ็บไหม?
การทำรากฟันเทียมไม่เจ็บอย่างที่คิด เนื่องจากอยู่ภายใต้ฤทธิ์ของยาชาเฉพาะจุดที่มีประสิทธิภาพสูง และมีบริการเสริมดมแก๊สหัวเราะ (Nitrous Oxide) เพื่อลดความวิตกกังวลตลอดเวลาผ่าตัด นอกจากนี้ การใช้ 3D Surgical Guide จะช่วยให้แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กมาก ไม่ต้องกรีดเปิดเหงือกกว้าง จึงช่วยลดอาการระบมหลังหมดฤทธิ์ยาชาลงได้อย่างมาก
- ต้องปลูกกระดูกก่อนทำรากฟันเทียมไหม?
การปลูกกระดูกไม่ได้จำเป็นสำหรับคนไข้ทุกคน แต่จะพิจารณาทำเฉพาะผู้ที่มีปัญหากระดูกบางมาก หรือผู้ที่เป็นโรคปริทันต์ขั้นรุนแรงที่ทำลายกระดูกรองรับรากฟันในบางเคสเท่านั้น (ในกรณีเคสรากเทียมทั้งปาก อาจทำรากเทียมได้แม้กระดูกบาง ด้วยการฝังรากเทียมเทคนิคพิเศษในบริเวณกระดูกที่มีความหนาแน่นเพียงพอ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของทันตแพทย์)
- รากฟันเทียมอยู่ได้นานกี่ปี?
รากเทียมที่ฝังตัวและสมานเข้ากับกระดูกขากรรไกรแล้ว สามารถอยู่ติดแน่นอย่างถาวรไปได้ตลอดชีวิต อย่างไรก็ตาม ส่วนที่มีอายุการใช้งานจำกัดคือ ครอบฟันด้านบนที่ต้องรับแรงกดและการบดเคี้ยวอาหารทุกวัน ซึ่งจะมีอายุการใช้งานเฉลี่ยประมาณ 10 ถึง 20 ปีขึ้นไป ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษา และพฤติกรรมของแต่ละบุคคล หากครอบฟันเกิดชำรุดหรือบิ่น แตกหัก ทันตแพทย์สามารถถอดเฉพาะชิ้นครอบฟันมาซ่อมแซมหรือทำขึ้นใหม่ได้โดยไม่ต้องฝังรากเทียมใหม่
- ดูแลรากฟันเทียมอย่างไรให้อยู่ได้นาน?
การดูแลรักษาความสะอาดช่องปากอย่างถูกวิธีคือเรื่องที่สำคัญที่สุด เพื่อป้องกันโรคเหงือกอักเสบรอบรากเทียม ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้กระดูกละลายตัวและรากเทียมโยกได้
- แปรงฟันให้สะอาดอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง และเน้นทำความสะอาดรอยต่อระหว่างเหงือกและรากเทียมอย่างเบามือเพื่อกำจัดสิ่งตกค้าง
- ใช้ไหมขัดฟัน และแปรงซอกฟัน เข้าทำความสะอาดช่องแคบ ๆ ที่แปรงสีฟันเข้าไม่ถึง
- หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การใช้ฟันกัดของแข็งมาก ๆ การสูบบุหรี่จัด และพบทันตแพทย์เพื่อขูดหินปูนและตรวจเช็คช่องปากอย่างสม่ำเสมอทุก ๆ 6 เดือน
- รากฟันเทียมต่างจากฟันปลอมถอดได้อย่างไร?
ฟันปลอมถอดได้จะวางอยู่บนสันเหงือกและใช้ตะขอโลหะเกี่ยวรั้งกับฟันข้างเคียง ซึ่งมักหลวม ขยับตัวขณะเคี้ยว และไม่ได้ช่วยคงสภาพกระดูกขากรรไกรไม่ให้ละลายตัวในระยะยาว ในขณะที่รากฟันเทียมที่ฝังในกระดูก ทำให้ฟันปลอมยึดติดแน่นเหมือนฟันแท้ จึงลดความเสี่ยงกระดูกละลายได้ และใช้งานฟันได้ใกล้เคียงฟันธรรมชาติ
- ฟันหายหลายซี่หรือทั้งปาก ทำรากฟันเทียมแบบไหนดี?
สำหรับผู้ที่สูญเสียฟันไปหมดทั้งขากรรไกร ทางเลือกที่ดีที่สุดคือ “รากเทียมทั้งปาก” โดยมีทั้งเทคนิค All-on-4 และ 3-on-6 ทั้งนี้จะใช้เทคนิคอะไรก็ขึ้นอยู่กับสภาพกระดูกขากรรไกรและงบประมาณของแต่ละคน
- ทางเลือกการรักษาที่ BFC Dental
ที่ BFC Dental เราพร้อมดูแลคุณด้วยเทคโนโลยีทางทันตกรรมระบบดิจิทัลที่ทันสมัย พร้อมแพ็คเกจรากฟันเทียมที่หลากหลายและครอบคลุมทุกรูปแบบ เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการและงบประมาณของคนไข้ทุกคน ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
FAQ รากฟันเทียม: หยุดความลังเล พร้อมตัดสินใจได้อย่างแม่นยำ
รากฟันเทียมจะช่วยให้คนไข้กลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีรอยยิ้มที่มั่นใจ และเคี้ยวอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกครั้ง หากต้องการประเมินสภาพช่องปากหรือวางแผนการรักษา สามารถเข้าพบทันตแพทย์เพื่อขอรับคำปรึกษาได้ที่ BFC Dental ทั้ง 3 สาขา ได้แก่ สาขาบางนา, สาขาศรีนครินทร์ และ สาขา Emsphere ได้เลย




