พลิกโฉมรอยยิ้มใหม่ ด้วย รากเทียมทั้งปากระบบ Full Digital Workflow ที่แม่นยำยิ่งกว่าเดิม

ในอดีต การทำรากเทียมทั้งปากมักมีความเสี่ยงต่อการคลาดเคลื่อนสูง แต่ในปัจจุบัน ด้วยเทคโนโลยีทางทันตกรรมที่ทันสมัย ทำให้รากเทียมทั้งปากระบบ Full Digital Workflow เปลี่ยนการรักษาให้มีความแม่นยำสูงและมอบผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติที่สุดให้คนไข้ได้ เพราะการสูญเสียฟันไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการบดเคี้ยวอาหารเท่านั้น แต่ยังทำลายความมั่นใจและการเข้าสังคมของหลาย ๆ คนอย่างรุนแรง

รากเทียมทั้งปากระบบ Full Digital Workflow คืออะไร?

รากเทียมทั้งปากระบบ Full Digital Workflow คือกระบวนการรักษาทางทันตกรรมที่นำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การวินิจฉัย การวางแผนเชิงลึก การผ่าตัดฝังรากเทียม ไปจนถึงการผลิตฟันเทียม ระบบนี้ทำให้ทันตแพทย์สามารถคำนวณตำแหน่งฝังรากเทียมและออกแบบรอยยิ้มล่วงหน้าได้อย่างไร้รอยต่อ ระบบนี้จะทำงานบนฐานข้อมูลดิจิทัล 2 ส่วนหลัก ได้แก่

  • X-ray 3 มิติ ที่แสดงโครงสร้างกระดูก ความกว้าง และความสูง รวมถึงความหนาแน่นเส้นประสาท และไซนัสอย่างละเอียด 
  • เครื่องสแกนฟันในช่องปาก (Intraoral Scanner) ใช้บันทึกพื้นผิวสภาพเหงือกและฟันที่เหลืออยู่อย่างแม่นยำ เพื่อทำไกด์ผ่าตัด 3 มิติ (Digital guide) ก่อนการฝังรากเทียม และใช้สแกนแทนการพิมพ์ฟันหลังฝังรากเทียม โดยจะใช้สแกนช่องปากรวมถึง Scan Body บนตัวต่อรากเทียม (Abutment) เพื่อออกแบบครอบฟันหรือสะพานฟันแบบติดแน่นผ่านซอฟต์แวร์ CAD/CAM แทนการพิมพ์ฟันด้วยวัสดุแบบเดิม ซึ่งจะช่วยลดความผิดพลาด ได้ชิ้นงานที่พอดี และรวดเร็วกว่า

ทั้ง 2 ไฟล์ที่ได้จะเป็นไฟล์ดิจิทัลที่จะนำไปรวมกันในซอฟต์แวร์ดิจิทัลเพื่อวางแผนฝังรากเทียม All-on-4 Treatment ที่มีฟัน 10-12 ซี่ บนรากเทียม 4-5 ตัว (หน้า2 หลัง2) โดยข้อมูลที่ได้จากซอฟต์แวร์จะบอกว่าบริเวณไหนที่มีกระดูกพอสำหรับฝังรากเทียม และกระจายแรงได้อย่างเหมาะสม รวมถึงกำหนดเส้นผ่าศูนย์กลางและความยาวของรากเทียมให้ เมื่อข้อมูลเหล่านี้ทำเสร็จ จะปริ้นชิ้นงานไปอยู่บนชิ้นงานอะคริลิคที่สามารถใส่ครอบเหงือกฟันบนและเหงือกฟันล่างได้ และทำรูเจาะซึ่งเป็นตำแหน่งสำหรับฝังรากเทียมที่แม่นยำตามที่วางแผนไว้ในซอฟต์แวร์ 

ขั้นตอนทำรากเทียมทั้งปากระบบ Full Digital Workflow

กระบวนการทำรากเทียมทั้งปากระบบ Full Digital Workflow ถูกออกแบบมาเพื่อให้คนไข้ได้รับความสะดวกสบายสูงสุด โดยมีขั้นตอนหลัก ๆ ดังนี้

  1. การตรวจประเมินและเก็บข้อมูลดิจิทัล

ทันตแพทย์จะทำการถ่ายภาพ X-ray 3 มิติ เพื่อดูความกว้าง ความหนาแน่น และความสูงของกระดูกขากรรไกร  ร่วมกับการใช้เครื่องสแกนฟันระบบดิจิทัล เพื่อบันทึกสภาพช่องปากแทนการพิมพ์ปากแบบเดิม

  1. การวางแผนการรักษาด้วยซอฟต์แวร์ดิจิทัล

ทันตแพทย์ใช้ซอฟต์แวร์ดิจิทัลในการกำหนดตำแหน่ง องศา และความลึกในการฝังรากเทียมให้ห่างจากเส้นประสาทและไซนัสในระยะปลอดภัย 

  1. การผ่าตัดด้วยระบบนำทาง (Digital Guided Surgery)

ข้อมูลจากแผนการรักษาจะถูกส่งไปผลิต Digital Surgical Guide หรือไกด์นำผ่าตัด 3 มิติ  ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยล็อกตำแหน่งการฝังรากเทียมให้ลงไปในตำแหน่งที่ถูกต้องตามที่วางแผนไว้  ช่วยลดความผิดพลาดจากการกะระยะด้วยสายตา และมักทำให้การผ่าตัดทำได้โดยไม่ต้องเปิดเหงือกกว้าง แผลเล็ก เจ็บและพักฟื้นน้อยกว่า 

  1. การใส่ฟันชุดใหม่ภายในระยะเวลาอันสั้น (Immediate Loading)

จุดเด่นที่สุดคือความเร็ว เนื่องจากเรามีการวางแผนและผลิตฟันไว้ล่วงหน้า คนไข้จึงสามารถมีฟันสวยพร้อมใช้งานได้ภายใน 24 ชั่วโมง หลังการฝังรากเทียม 

จุดเด่นที่เหนือกว่าของรากเทียมทั้งปากระบบ Full Digital Workflow

  • ความแม่นยำสูงด้วยระบบดิจิทัลในทุกขั้นตอนการรักษา
  • ระยะเวลาพักฟื้นน้อยกว่าแบบเดิม เพราะแผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว
  • ลดจำนวนครั้งในการพบทันตแพทย์
  • ไม่ต้องทนไม่มีฟัน เพราะมีฟันชุดใหม่เร็ว ไม่ต้องรอนาน

รากเทียมทั้งปากระบบ Full Digital Workflow
ทำไมต้องทำรากเทียมทั้งปากระบบ Full Digital Workflow ที่ BFC Dental?

BFC Dental เป็นศูนย์ทันตกรรมที่ทันตแพทย์ผู้มีประสบการณ์ทำเคสรากเทียมทั้งปากมามากมาย บวกกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัย จึงมั่นใจได้ว่าการรักษาในทุกขั้นตอนของทุก ๆ เคสจะมีประสิทธิภาพ เพราะเรามีเป้าหมายสำคัญคือ ต้องการให้คนไข้ได้ฟันใหม่ที่สวยเป็นธรรมชาติ แข็งแรง และใช้งานได้จริงในเวลาอันรวดเร็ว

หากคุณกำลังประสบปัญหาสูญเสียฟันหลายซี่หรือทั้งปาก ใส่ฟันปลอมแล้วหลวม หรือต้องการคืนรอยยิ้มที่มั่นใจด้วยรากเทียมทั้งปากระบบ Full Digital Workflow สามารถเข้ามาปรึกษาเพื่อรับการประเมินและวางแผนการรักษาเบื้องต้นได้ที่ BFC Dental ทุกสาขา

Recommended Posts
Contact Us

We're not around right now. But you can send us an email and we'll get back to you, asap.